วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2559

วัดพระธรรมกายสอนให้เป็นคนดีได้อย่างไร (ตอน1)

ทำไมจึงได้มาวัดพระธรรมกาย?

เมื่อปี 2539 รู้พี่สถาบันร.ร.คณะราษฎร์บำรุง จ.ยะลา ชวนให้สร้างพระประจำตัว ซึ่งมีภาพและคำบรรยาย
ในสมุดภาพของวัดพระธรรมกาย องค์พระสีทองหน้าตักประมาณ 1 คืบ 
อยู่ได้นับพันปี จะสร้างรวมไว้ที่มหาธรรมกายเจดีย์
จำนวน 1 ล้านองค์
เลยอยากไปดูให้เห็นกับตา ลึกๆอยากสร้างให้แม่
กับพ่อ ปิดเทอมจึงเดินทางไปกับชมรมพุทธฯมอ.หาดใหญ่ ไปถึงวัดพระธรรมกายตี 4 
เข้าห้องน้ำที่สร้างชั่วคราว ปรากฏว่าสะอาดมาก
สามารถอาบน้ำได้ด้วย สะอาดทั้งขัน ถัง โถแบบเหยียบ เหมือนเพิ่งล้าง ถอดรองเท้าเข้าห้องเหมือนพี่ๆเค้า
น้ำใสและอุ่นด้วย ดีจัง บรรยากาศในวัดเงียบสงบ
มีต้นไม้ร่มรื่น ไม่มีหมาแมวมารบกวน
มีข้าวสวยราดน้ำแกงจืดใส่ผักหมูแจกให้อร่อยด้วย
สาธุชนที่มา วันนั้นตรงกับวันอาทิตย์ต้นเดือน
มีพิธีบูชาข้าวพระ แบบจัดอาหารหวานคาวน้อมบูชา
แด่พระพุทธเจ้าในนิพพาน หลวงพ่อกับคุณยายพา
อาหารหยาบที่เราถวายไปเป็นส่วนละเอียดถวายถึง
พระพุทธเจ้าที่มีมากกว่าเมล็ดทรายในท้องพระมหา
สมุทรที่อยู่ในนิพพานนั้น ....โห!!! ไม่น่าเชื่อแต่เราก็
เชื่อนะ .. 
เห็นพระและสามเณรปั่นจักรยานผ่านไปเมื่อตอนตีห้า
โห!!! ดูท่านกระฉับกระเฉงเบิกบานดีจัง แต่เป็นพระ
ปั่นจักรยานได้ด้วยเหรอ?...

และผู้คนที่มาวัดก็เห็นมีทุกเพศทุกวัน ตั้งแต่เด็กแบเบาะจนถึงคนชราที่นั่งรถเข็น คนอุ้มท้องก็มา
ดูใบหน้าทุกคนมีความสุข ยิ้มแย้มเบิกบาน
โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่วัดที่สวมชุดขาวล้วน
ให้การต้อนรับดีมากเหมือนเราเป็นญาติเค้าเลย
ตอนนั้นอายุ 17 ปี เดินชมรอบวัดกับพี่ๆชมรมพุทธฯ
ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย มีแต่เรื่องที่แปลกใหม่ 
การมาวัดครั้งนี้รู้สึกต่างจากที่เคยไปวัดอื่นๆ
ทุกคนใส่เสื้อขาว 
แล้วก็ถึงเวลาไปเห็นพื้นที่ก่อสร้างมหาธรรมกายเจดีย์
ซึ่งงงว่านึกว่าสร้างเสร็จแล้ว จะมาชมแต่..
มีเพียงพื้นที่โล่งๆ มีเพียงแนวกั้นพื้นที่
แต่ก็มีคนมาทำบุญทยอยร่วมบุญเข้าตู้รับบริจาค
ต่อคิวยาวมาก เพื่อร่วมสร้างพระประจำตัว
บางคนเดินทางมาจากเชียงราย อุบล กทม.มีทุกภาค
ทุกคนใจจรดจ่อที่จะเอาเงินมาร่วมบุญ
แม้คิวยาว รอนานแต่ทุกคนยิ้มแย้มและยินดี
รอคอย ไม่เห็นมีใครหงุดหงิดอารมณ์เสีย
เจ้าหน้าที่ก็ใจเย็น ไม่แต่งหน้า แต่ดูดีน่าเชื่อถือ
หน้าใสๆ ดูหน้าอ่อนวัย พระและสามเณรก็ผ่องใส
มองไปรอบๆแล้วดูดีไปหมดนะ
เลยตัดสินใจนำเงินที่เตรียมมาอธิษฐานจิตตาม
รุ่นพี่ร่วมสร้างพระประจำตัว พี่ๆบอกว่าควรสร้าง
ให้ตนเองก่อนแล้วค่อยสร้างให้พ่อกับแม่
เหมือนเราต้องว่ายน้ำให้เป็นก่อนที่จะไปช่วยคนอื่น
...ตอนนั้นศาลาที่ประกอบพิธีกรรมมุงด้วยจากมีเสาไม้
พื้นที่โล่งๆ จุคนได้ประมาณสามพันคน 
วัดถูกสร้างแบบง่ายๆ แต่ใช้ปร
ะโยชน์ได้เยอะ
การที่เราเป็นน้องใหม่ ทำให้พี่ๆป้อนข้อมูลให้พอควร
ก็ไหลตามน้ำไป ครั้งแรกที่ได้มาวัดรู้สึกโชคดี
ที่ได้มาร่วมสถาปนาค้ำฟ้าสภาธรรมกายสากล
ที่นั่งสมาธิแห่งใหม่ที่จุคนได้นับแสนๆคน 
ไม่คิดว่าจะได้มาเจอวัดแบบนี้ 
ตอนบ่ายร่วมพิธีเดินไปไกลประมาณ 3กม.
แดดออกแล้วฝนก็ตก แต่ที่ประทับใจคือ
ทุกคนไม่บ่น มีแต่รอยยิ้มบนใบหน้าและ
น้ำตาแห่งความปลื้มปีติ ทั้งคนชรา คนท้อง
เด็กตัวเล็กๆ ไม่กลัวแดด ไม่กลัวฝนไม่กลัวโคลน
กันเลย..
ก่อนขึ้นรถบัสกลับหาดใหญ่ ดิฉันร้องไห้ออกมาด้วยความปลื้มเช่นกัน อย่างนี้นี่เองอาการของคนปลื้มในบุญ  ทำให้รู้ความหมายของบุญว่าคือเครื่องชำระใจ
ให้ผ่องใส ทำให้ใจมีความสุข ในใจก็มีแต่คิดเรื่องดีๆ
ชื่นชมผู้ใจบุญทุกคนที่เป็นเหมือนญาติพี่น้อง
และคิดว่าวันนึงจะได้ชวนพ่อแม่มาวัดนี้มากันทั้งครอบครัว เหมือนหลายๆครอบครัวที่มากัน